logo

Ripple (XRP)

blank
Ripple (XRP)

     หากกล่าวถึงสกุลเงินดิจิตอลแล้ว หนึ่งในเหรียญที่มีชื่อเสียงและได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ จากเหล่านักลงทุนคริปโต ก็คือ เหรียญ Ripple หรือ XRP เนื่องจากมันเป็นเหรียญที่มีข้อดีและประโยชน์หลากหลายประการ อาทิ ทำธุรกรรมได้ด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่าเหรียญอื่นๆ อย่างมาก แต่นักลงทุนคริปโตหรือนักเทรดหลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบถึงรายละเอียดต่างๆ หรือที่มาที่ไปเกี่ยวกับ Ripple หรือ XRP มากนัก บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Ripple หรือ XRP ให้มากยิ่งขึ้น

Ripple คืออะไร ?

     Ripple เป็นบริษัทที่เข้ามาแก้ปัญหาการโอนเงินต่างประเทศระหว่างแบงค์ซึ่งในปัจจุบันหากเราต้องการโอนเงินจากแบงค์ A ที่อยู่ที่ไทย ไป แบงค์ B ในญี่ปุ่นต่างแบงค์ต้องหาตัวเชื่อมหรือเอเจ้นท์ตัวกลาง

     Ripple ต้องการแก้ปัญหานี้ โดยการสร้าง Ripple Protocol ซึ่งทำให้แบงค์ทั้งสองฝั่งสามารถหาเส้นทางหรือเอเจ้นท์เชื่อมที่สั้นที่สุดสำหรับการโอนเงินระหว่างแบงค์ A ไปแบงค์ B ให้อัตโนมัติ ผลลัพท์ก็คือ แบงค์สามารถโอนเงินได้ไม่ต่างกับส่ง e-mail หากัน ไม่ว่าแต่ละคนจะใช้ e-mail จากแบรนด์หรือโดเมนไหนก็ตาม เช่น Hotmail Gmail เป็นต้น ซึ่งระบบนี้จะลดเวลาจากการโอนเงินเป็นวัน ลงมาไม่ถึงชั่วโมงเลยทีเดียว

     *Ripple Protocol ไม่ได้จำกัดแค่การโอนสกุลเงิน แต่แบงค์ยังสามารถโอนทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทองได้ด้วย

XRP คืออะไร?

      XRP เป็น Cryptocurrency ที่ Ripple เป็นคนปล่อยออกมาไว้ใช้โดยเฉพาะใน Ripple network

     ในบางเคสที่ไม่สามารถหาเส้นทางเชื่อมระหว่างสองแบงค์ได้ (ทั้งคู่ไม่มีเอเจ้นท์ที่รู้จักกัน) Ripple Protocol ก็จะใช้ XRP เป็นสกุลเงินในการแลกเปลี่ยนแทนในขณะเดียวกัน Ripple ได้สนับสนุนให้แบงค์ใช้ XRP เป็นสกุลเงินในการโอนเงินหลักๆ แทนที่จะใช้เป็นแค่วิธีสำรอง เพราะการใช้ XRP จะทำให้การโอนเงินเร็วขึ้นไปอีก หรือเพียงไม่กี่วินาทีเลยทีเดียว (Ripple เคลมว่า XRP สามารถ process ได้ถึง 1000 transaction ต่อวินาที หรือเทียบเท่ากับ VISA เลยทีเดียว) เนื่องจากการตรวจสอบ XRP transaction นั้นต่างจากบิทคอยน์ตรงที่ XRP ใช้แบงค์หรือสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้เป็น validator node แทนที่จะเป็นบุคคลทั่วไป  

Facebook
Twitter
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม

blank

เจ้าหน้าที่ Fed ส่วนใหญ่คิดว่าการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในปี 2023

ธนาคารกลางสหรัฐได้พยายามใช้กลยุทธ์หลายอย่างเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น นักลงทุนกังวลในเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นและการคาดการณ์ว่ากำลังจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยในเร็ว ๆ

อ่านเพิ่มเติม